1.
เครื่องประดับหู เรียกว่า ตะเกา หรือ ขจอน
“ตะเกา”
ภาษาเขมร ใช้เรียก“ตุ้มหู” เป็นการขึ้นรูปด้วยการดัดเส้นลวดเงินไปมาในระยะความห่างที่เท่าๆกันจนได้รูปทรงที่ต้องการ
และนำมาเชื่อมต่อซ้อนกันตามขนาดต่างๆ
เป็นขั้นบันไดจากนั้นประดับด้วยเม็ดไข่ปลา
เป็นงานที่พิถีพิถันละเอียดเป็นที่สุด ตามโบราณใช้เทคนิคการลนไฟให้เส้นเงินหลอมละลายจนขมวดตัวเป็นเม็ดกลมๆบนรางไม้ไผ่เรียกว่า
“ไข่ปลา” ที่อาศัยผิวที่แตกร้าวของไม้ไผ่นั้นเป็นแผงยึดเกาะไม่ให้เม็ดเงินเล็กจิ๋วลื่นไหลหรือปลิวไป
และเทคนิคดั้งเดิมอีกอย่างก็คือ การใช้ลูกเบง (ผลในฝักของไม้ยืนต้นชนิดหนึ่ง
) มาฝนกับน้ำ
สำหรับเป็นตัวเกาะยึดไข่ปลาและชิ้นส่วนขนาดเล็กอื่นๆ ติดตัวชิ้นงานได้โดยง่าย
โดยลวดลายตะเกาที่โดดเด่นเป็นที่รู้จักและสร้างชื่อแก่เครื่องเงินสุรินทร์ เช่น ตะเกาดอกรังหอก
ตะเกาดอกระเวียง ตะเกาดอกตั้งโอ๋ ตะเกาไข่แมงดา ฯลฯ
![]() |
| ตุ้มหูตะเกา |
![]() |
| สร้อยคอตะเกา |
![]() |
| เข็มขัดตะเกา |
![]() |
| ดอกตั้งโอ๋ 1 ชั้น |
![]() |
| ดอกขจร |
![]() |
| ดอกตั้งโอ๋ 3 ชั้น |
![]() |
| ดอกระเวียง |
![]() |
| ดอกรังหอกปิด |
![]() |
| ดอกรังต่อ |
![]() |
| ดอกปลึด |
![]() |
| ดอกรังหอกเปิด |
![]() |
| ดอกบัวเผื่อน |
![]() |
| ดอกทานตะวัน |
![]() |
| ดอกทานตะวัน |
![]() |
| ดอกไไข่แมงดา |
![]() |
| ดอกรังผึ้ง
เห็มไหมครับว่าตะเกาของชาวเขวาสินรินทร์สวยงามมากแค่ไหน คราวหน้านะครับผมจะแนะนำช่างเครื่องเงิน มันมีฝีมือระดับปรมาจารย์ด้านเครื่องเงิน ให้ท่านได้รู้จัก สำหรับวันนี้สวัสดีครับ...
|
















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น